คู่มือเริ่มต้นสำหรับคนอยากสร้างแบรนด์เสริมอาหาร

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารเสริม ไม่ได้มีแค่สูตร ผลิตภัณฑ์ หรือโรงงานเท่านั้น แต่หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ บรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะกระปุกที่ใช้ใส่สินค้า เพราะบรรจุภัณฑ์คือภาพลักษณ์แรก ที่ลูกค้าเห็น และยังเป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างดีทีเดียว
หนึ่งในบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่ผู้ประกอบการใหม่คือ กระปุก PET (Polyethylene Terephthalate) เพราะมีคุณสมบัติครบ ทั้งเรื่องความคงทน ความปลอดภัย และความสวยงาม วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกระปุก PET ให้ลึกขึ้น พร้อมเทคนิคเลือกแบบที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณดูมืออาชีพตั้งแต่วันแรก
ทำไมกระปุก PET ถึงเหมาะกับธุรกิจอาหารเสริม?
ใสสวยขายง่าย
กระปุก PET มีความใสสูง โชว์สินค้าภายในได้ชัดเจน ทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจ เหมาะกับอาหารเสริมหลายประเภท เช่น เม็ดแคปซูล เม็ดเคี้ยว วิตามิน หรือคอลลาเจนแบบเม็ด
แข็งแรงและน้ำหนักเบา
ผู้เริ่มต้นธุรกิจมักต้องคุมต้นทุนเรื่องการขนส่ง กระปุก PET น้ำหนักเบาแต่ทนทาน ส่งง่าย ไม่แตกระหว่างการขนส่ง
ปลอดภัยระดับ Food Grade
ผลิตจากเม็ดพลาสติกที่สามารถสัมผัสอาหารได้โดยไม่เกิดสารปนเปื้อน และผ่านมาตรฐานความปลอดภัย
ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับ SME / Start up
ต้นทุนต่อชิ้นไม่สูง สามารถเริ่มต้นสั่งจำนวนไม่มาก ลดความเสี่ยงจากการสต็อกสินค้าเยอะเกินจำเป็น
3 เทคนิคเลือก กระปุก PET สำหรับอาหารเสริม ให้เหมาะกับแบรนด์ของคุณ
1. เลือกขนาดให้เหมาะกับปริมาณเม็ด
ตัวอย่างขนาดที่นิยม
100 ml 150 ml อาหารเสริม 30 เม็ด
250 ml 300 ml อาหารเสริม 60 เม็ด
500 ml อาหารเสริม 120 เม็ดขึ้นไป
การเลือกขนาดที่พอดีช่วยให้แบรนด์ดูมืออาชีพและช่วยประหยัดต้นทุนค่าสินค้าต่อชิ้น
2. เลือกสีขวดให้ตรงกับภาพลักษณ์สินค้า
แต่ละสีบอกโทนแบรนด์ต่างกัน
ใส (Clear) เน้นความสะอาด โปร่งใส
ชา (Amber) ป้องกันแสง เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่เสื่อมง่าย
ฟ้า / เขียว ให้ความรุ้สึกสดชื่น สายสุขภาพ
ดำหรือทึบแสง ดูพรีเมียม เหมาะกับสายฟิตเนสหรืออาหารเสริมสูตรเข้มข้น
3. ฝาปิดต้องปลอดภัยและใช้งานง่าย
เลือกฝาที่มีระบบ
Child-proof (กดแล้วหมุน)
ฝาปิดเกลียวแน่น ป้องกันความชื้น
ซีลปิดปากกระปุก (Seal) เพื่อให้สินค้าอยู่ในสภาพดีจนถึงมือลูกค้า
การเลือกฝาคุณภาพดีทำให้สินค้าดูน่าเชื่อถือ และลดปัญหาการเคลมเมื่อส่งออกสู่ตลาด
ออกแบบฉลากอย่างไรให้โดดเด่นตั้งแต่มุมมองแรก?
เมื่อได้กระปุก PET ที่ใช่แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการออกแบบฉลาก
ใช้โทนสีสื่อถึงคุณสมบัติสินค้า เช่น เขียว = สุขภาพ, ทอง = พรีเมียม
จัดวางชื่อสินค้าและจุดขายให้เห็นชัดใน 1 วิ
ใช้ข้อความสั้น อ่านง่าย เช่น วิตามินซียูฟ่า 1000 mg
เลือกวัสดุฉลากกันน้ำ กันความชื้น
ฉลากที่ดี + กระปุกที่ดี = เพิ่มโอกาสขายตั้งแต่ลูกค้ายังไม่ได้ลองกินสินค้า


